ผนึกกำลัง EA7500 และ RE7000 ให้กระจาย WiFi ให้ทั่วบ้าน ด้วย Seamless Roaming

พอพูดถึงเรื่อง Seamless Roaming แล้ว หลายคนอาจจะไม่รู้จักหรอกครับ เพราะบางคนก็ไม่ได้จำว่ามันคืออะไรเทคโนโลยี หรือเรียกว่าอะไร ยิ่งชื่อเทคโนโลยียาวๆ แบบนี้ เกิน 3 พยางค์แบบนี้ เชื่อว่าได้ว่าผู้ใช้ที่ไม่ใช่คนไอทีมีปวดหัวแน่นอน แต่ถ้าบอกว่าเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ทำ Roaming หรือเชื่อมต่ออุปกรณ์กับ WiFi หลายๆ จุดได้ โดยไม่หลุดแบบนี้น่าจะเป็นที่เข้าใจง่ายหน่อย และเป็นสิ่งที่หลายๆ คนต้องการเป็นอย่างมากด้วย

maxresdefault

เทคโนโลยี Seamless Roaming นั้นเหมาะกับบ้านหรืออาคารที่มีขนาดใหญ่หน่อย แบบที่ Wireless Router ตัวเดียวไม่สามารถครอบคลุมการใช้งาน WiFi ทั้งหมดได้ และจำเป็นต้องมีการเพิ่ม Access Point เข้าไป โดยยังคงต้องการให้เกิดการเชื่อมต่อเพียงครั้งเดียว แล้วให้เครื่องลูกสลับการเชื่อมต่อไปยัง Access Point แต่ละตัวอย่างอัตโนมัติ

ทำไมต้อง Linksys EA7500 กับ RE7000

Seamless Roaming เป็นเทคนิคที่ถูกนำมาใช้ในกลุ่มสินค้าระดับองค์กรเป็นหลัก ซึ่งในปัจจุบันยังพบเห็นเทคโนโลยีนี้ในสินค้าระดับผู้ใช้งานทั่วไปน้อยมาก หนึ่งในนั้นคืออุปกรณ์ในตระกูล MAX-STREAM จาก Linksys ซึ่งเน้นย้ำเรื่องนี้มานานตั้งแต่รุ่นแรกอย่าง EA8500 ที่เข้ามาขายในประเทศไทยนานมาแล้ว

999999-745883704293_13298686-1web

Linksys EA7500 ถือว่าเป็น Wireless Router ที่มีราคาไม่แพงมาก และประสิทธิภาพในการทำงานถือว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ด้วยเทคโนโลยีที่ใส่มาให้แบบเต็มๆ โดยเฉพาะ MU-MIMO และ Seamless Roaming ที่เรากำลังพูดถึงในกันอยู่ ในขณะที่ Linksys RE7000 นั้นเป็น Range Extender ที่ใช้เพื่อขยายขอบเขตของสัญญาณ WiFi ให้กว้างมากขึ้น ซึ่งมันยังสามารถทำงานเป็น Access Point ปกติได้ด้วย และมีการตั้งค่าที่ง่ายกว่าเราเตอร์ปกติอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญคือรองรับ Seamless Roaming เช่นเดียวกัน

การใช้งานจริงๆ คุณจะเลือกใช้ EA7500 เป็นตัวหลัก แล้วเสริมด้วย RE7000 อีก 2-3 ตัวก็ได้ หรือจะเลือกใช้ EA7500 ทุกจุดเลยก็ได้แช่นกัน ซึ่งการทำ EA7500 ให้เป็น Access Point จะมีขั้นตอนการตั้งค่าที่มากกว่าเล็กน้อย แต่ก็ให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีกว่าเช่นเดียว … รวมถึงราคาแพงกว่ากันนิดนึงด้วย

เซตอย่างไรให้ Roaming

ในบทความนี้ผมขออนุญาติไม่ลงรายละเอียดทีละขั้นตอนนะครับ เนื่องจากอยากเน้นไปที่ผู้ที่มีพื้นฐานการตั้งค่า Router บ้างแล้วมากกว่า ส่วนคนที่ยังไม่มีพื้นฐานเลยสามารถหาอ่านพื้นฐานการตั้งค่า Router อื่นๆ ได้ในเว็บ linksys2u.com ได้ครับ

การใช้งาน Seamless Roaming นั้นเป็นความสามารถของตัวอุปกรณ์ร่วมกับการทำงานของ Firmware ดังนั้น ไม่ใช่ว่าเราเตอร์ทุกรุ่นจะสามารถทำได้ และฟังก์ชันนี้จะแตกต่างจากคุณสมบัติอื่นๆ คือมันไม่มีการตั้งค่าให้เปิดหรือปิดการใช้งานใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างทำงานเป็นอัตโนมัติ หากการตั้งค่าตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดดังนี้

Capture

  • Wireless Access Point (รวมถึง Router) จะต้องอยู่ใน LAN วงเดียวกัน คือมีหมายเลข IP Address อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เช่น 168.1.xxx (โดย xxx จะแทนค่าตั้งแต่ 1 ถึง 254)
  • การตั้งค่า SSID หรือชื่อของ Wireless Network นั้นจะต้องเป็นชื่อเดียวกันทั้งหมด การสะกดตัวเล็ก-ตัวใหญ่ และสัญลักษณ์พิเศษ (ถ้ามี)
  • การตั้งค่ารหัสในการเชื่อมต่อ จะต้องกำหนดเป็นชนิดเดียวกัน เช่น WPA หรือ WPA2 รวมถึงการเข้ารหัส AES หรือ TKIP ซึ่งถ้าเป็นอุปกรณ์รุ่นเดียวกัน หรือยี่ห้อเดียวกันสามารถตั้งค่าได้เหมือนกันอยู่แล้ว รวมถึงการกำหนดรหัสจะต้องเป็นตัวเดียวกันด้วย

หากตั้งค่าต่างๆ ตามที่บอกไว้แล้ว การทำงานของ Seamless Roaming จะทำงานโดยอัตโนมัติ โดยที่ผู้ใช้จะสั่งเชื่อมต่อ WiFi เพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นจะระบบจะ Roaming ระหว่าง Access Point ให้เองโดยอัตโนมัติ

ส่วนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเข้ามานั้น จำเป็นที่จะต้องรองรับการทำ Seamless Roaming ได้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งอุปกรณ์ที่รองรับนั้นส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มสมาร์ทโฟนที่มีการใช้งานแบบเคลื่อนที่อยู่แล้ว รวมถึงโน้ตบุ๊กหลายๆ รุ่นก็สามารถรองรับได้เช่นเดียว อย่างเช่น iPhone นั้นรองรับ Seamless Roaming มาตั้งแต่ iPhone4 แล้ว

เกิดอะไรขึ้นถ้าทำกับอุปกรณ์อี่นที่ไม่รองรับ Seamless Roaming

มาถึงตรงนี้เชื่อว่าทุกๆ คนมีคำถามแน่นอนว่าในเมื่อการตั้งค่ามันง่ายดายอย่างนี้ แค่ตั้งค่าให้ทุกอย่างเหมือนกัน Router ไหนๆ ก็สามารถทำได้อยู่แล้ว จะต่างกันตรงไหน … คำตอบคือใช่ครับ ไม่ว่า Wireless Router หรือ Access Point แบรนด์ไหน รุ่นไหนก็สามารถตั้งค่าให้ SSID เหมือนกัน และตั้งค่ารหัสเหมือนกันได้ และบ่อยครั้งที่สามารถสลับไปเชื่อมต่อกับ Access Point อื่นได้เหมือนกับการ Roaming

สิ่งที่แตกต่างกันก็คือเทคโนโลยี Seamless Roaming นั้นจะช่วยให้ระยะเวลาในการสลับการเชื่อมต่อระหว่าง Access Point ทำได้รวดเร็วมากขึ้น โดยการลดขั้นตอนบางอย่างลงไป ดังนั้นการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคุณจะถูกรบกวนเพียบน้อยนิด ประมาณ 2-5 วินาที หรือแทบจะไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำสำหรับการใช้งานเว็บหรือ Youtube

ในขณะที่อุปกรณ์ซึ่งไม่รองรับ Seamless Roaming นั้นจะอาศัยการทำงานของอุปกรณ์ของผู้ใช้เพียงอย่างเดียวในการค้นหาและจับ Access Point ตัวใหม่ รวมถึงต้องเริ่มขั้นตอนการเชื่อมต่อใหม่หมดตั้งแต่ต้น ซี่งอาจจะใช้เวลาร่วม 10 วินาทีขึ้นไป และบ่อยครั้งกว่าจะพบว่า WiFi ได้หลุดไปแล้วก็คือตอนที่หน้าเว็บขึ้นข้อความฟ้อง หรือ Youtube หยุดเล่นไปดื้อ ต้องมานั่งสั่งเชื่อมต่อใหม่ให้หงุดหงิดนั่นเอง

ดังนั้นเพื่อความราบรื่นในการเล่นอินเทอร์เน็ตภายในบ้าน Linksys มีอุปกรณ์พร้อมเทคโนโลยี Seamless Roaming มาให้พร้อมในตระกูล MAX-STREAM ไม่ว่าจะเป็น Wireless Router รุ่น EA9500, EA8500 และ EA7500 รวมถึง Range Extender รุ่น RE7000 และ WUSB6100M ที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์ที่ไม่รองรับ WiFi สามารถใช้ WiFi ได้เต็มประสิทธิภาพ